ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค CHEMGENE สามารถฆ่าเชื้อโรค, เชื้อแบคทีเรีย, เชื้อไวรัส, เชื้อรา, H1N1, ไวรัส RSV, ฝีดาษลิง และ ฆ่าเชื้อโควิด-19, SARS-CoV-2, Omicron, โอมิครอน ตายภายใน 1 นาที 99.85% ปกป้องยาวนานถึง 14 วัน

[vc_row css=”.vc_custom_1646315198459{margin-top: 20px !important;margin-right: 20px !important;margin-left: 20px !important;}”][vc_column][vc_column_text]

ยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีติดบ้านช่วง โควิด-19 ระบาดหนัก?

[/vc_column_text][vc_column_text css=”.vc_custom_1649350715667{margin-top: 5px !important;}”]เปิดลิสต์ “ยาสามัญประจำบ้าน” ต้องมีติดบ้านไว้อุ่นใจกว่า หากติดเชื้อ “โควิด-19” ควรกินยาตัวไหนเพื่อประคองอาการในเบื้องต้น และหลังจากเข้าระบบการรักษาแล้ว แพทย์จะจ่ายยาตัวไหนเพิ่มเติมให้อีกบ้าง?

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย ยังอยู่ในระดับน่ากังวล เพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการเตรียม “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่ใช้ “รักษาอาการโควิด-19” เบื้องต้น จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเสี่ยงติดเชื้อเมื่อใด

ชวนรู้จัก “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการโควิด-19 ที่ควรมีติดบ้านไว้ และหากติดเชื้อโควิดและติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าระบบการรักษาแล้ว แพทย์จะจ่ายยาตัวไหนให้ผู้ป่วยเพิ่มเติมบ้าง?[/vc_column_text][vc_column_text css=”.vc_custom_1649350761028{margin-top: 5px !important;}”]

1. ยาสามัญประจำบ้านที่ควรมีไว้เพื่อรักษาโควิด-19

ในเมื่อตอนนี้ใครๆ ก็สามารถติดโควิด-19 ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากโควิดโอมิครอนมีการกลายพันธุ์เพิ่มอีก และยิ่งแพร่ระบาดได้เร็วกว่าเดิม ดังนั้นทุกคนต้องรู้เท่าทันข่าวสารและเตรียมพร้อมไว้เสมอ โดยเฉพาะการเตรียม “ยาสามัญประจำบ้าน” และ “อุปกรณ์เช็กอาการป่วย” ที่ต้องมีติดบ้านไว้ ได้แก่

ยาสามัญประจำบ้านช่วงโควิด-19

หากใครมีโรคประจำตัวช่วงนี้ควรวางแผนในการสำรองยาให้สามารถรับประทานได้ระยะยาว 1-2 เดือน เพื่อลดการเดินทางไปรับยาที่โรงพยาบาลบ่อยๆ

ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ใช้เมื่อมีไข้สูงเกิน 37 องศาเซลเซียส เนื่องจากอาการโควิด-19 มักทำให้มีไข้สูง และเกิดอาการต่างๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายอ่อนเพลีย ตามมาได้ จึงต้องกินยาลดไข้เพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียจนเกินไป

โดยการกินยาพาราเซตามอล หากมีน้ำหนัก 35-50 กิโลกรัม ให้ทานยา 1 เม็ด น้ำหนัก 51-61 กิโลกรัม ให้ทานยา 1 เม็ดครึ่ง และหากมีน้ำหนัก 62 กิโลกรัม ขึ้นไป ให้ทาน 2 เม็ด ทานยาห่างกัน 4 ชั่วโมง และใช้ยาเมื่อมีอาการเท่านั้น

ยาฟ้าทะลายโจร เป็นยาช่วยบรรเทาอาการในผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังไม่มีอาการรุนแรง ใช้เมื่อตนเองมีอาการป่วยเล็กน้อย เช่น เจ็บคอ มีน้ำมูก เริ่มมีไข้ แต่ไม่ควรทานเกินวันละ 180 มิลลิกรัม โดยให้แบ่งทานวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน และไม่ควรทานต่อเนื่องเกิน 5 วัน (ควรซื้อยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น)

ยาแก้ไอแบบเม็ด (Dextromethorphan) ใช้ในการบรรเทาอาการไอเยอะ แต่ไม่สามารถใช้ในผู้ที่มีอาการปอดอักเสบได้ เพราะร่างกายควรที่จะต้องขับเสมหะออกตามธรรมชาติ จึงไม่ควรใช้ยาเพื่อกดอาการไอ

ยาลดน้ำมูก (Chlorpheniramine: CPM) เป็นยาลดเสมหะ ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นในผู้ที่มีอาการเยอะ แต่อาจทำให้คอแห้ง ปากแห้ง มีอาการง่วงซึมได้ ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ยาแก้แพ้ (Fexofenadine) สามารถช่วยลดอาการน้ำมูกไหล รับประทานเท่าที่จำเป็นภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ผงเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts: ORS) ช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ป้องกันอาการท้องเสีย ควรจิบเรื่อยๆ ทั้งวัน

นอกจากนี้ยาสามัญประจำบ้านอื่นๆ ที่ควรมี ได้แก่ ยาลดกรด ยาธาตุน้ำแดง ผงถ่านลดอาการท้องเสีย ยาถ่ายพยาธิลำไส้ ยาแก้ไอน้ำดำ ยาดมแก้วิงเวียน น้ำเกลือล้างแผล ยาทาแก้ผื่นคัน เป็นต้น[/vc_column_text][vc_single_image image=”7603″ img_size=”full” alignment=”center”][/vc_column][/vc_row][vc_row css=”.vc_custom_1646315213457{margin-top: 5px !important;margin-right: 20px !important;margin-left: 20px !important;}”][vc_column][vc_column_text]

2. อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้าน วัดไข้/ออกซิเจนในเลือด

ปรอทวัดไข้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดไข้เมื่อคิดว่าตนเองมีอาการเสี่ยงโควิดหรือในช่วงที่เป็นโควิด-19 ตามระยะเวลาเช้าและเย็น

เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดส่วนมากเป็นเครื่องวัดแบบหนีบที่ปลายนิ้ว ซึ่งสามารถแสดงผลค่าออกซิเจนเบื้องต้นได้ เหมาะสำหรับการใช้ในผู้ที่ติดเชื้อแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือผู้ที่รอเตียงอยู่ เพื่อเช็กอาการของตนเองว่าแย่ลงหรือไม่ หากมีค่าออกซิเจนต่ำกว่า 95 ต้องพบแพทย์โดยด่วน

แผ่นเจลลดไข้ ใช้สำหรับช่วยลดอุณหภูมิร่างกายให้ต่ำลงได้เร็วขึ้น ใช้เมื่อมีไข้สูง ควรมีติดไว้ทุกบ้าน[/vc_column_text][vc_column_text]3. เมื่อติดโควิด-19 แพทย์จะจ่ายยาอะไรให้บ้าง?

นอกจากนี้ หากท่านตรวจ ATK หรือ RT-PCR แล้วพบว่าตนเองติดโควิด-19 จะต้องพิจารณาว่าตนเองมีอาการในระดับไหน (เขียว/เหลือง/แดง) เพราะจะมีการแจกจ่ายยาให้แตกต่างกันไป ตามแนวทางการรักษาของแพทย์ที่กำหนดโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (ล่าสุด 22 มี.ค. 65) ดังนี้

โดยก่อนอื่นต้องรู้ว่า ยารักษาโควิด 4 ชนิด มีอะไรบ้าง?

อาการโควิด-19 แบบไหน จะได้ยารักษาตัวใด?

ยาที่จะได้รับ: จ่ายยาแบบผู้ป่วยนอก และจะจ่ายยาฟ้าทะลายโจรตามดุลยพินิจของแพทย์

ยาที่จะได้รับ: ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เร็วที่สุด

ยาที่จะได้รับ: – ถ้าไม่เคยได้รับวัคซีนหรือเคยได้แค่ 1 เข็ม จะได้ยาฟาวิพิราเวียร์ 5-10 วัน แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงเยอะ จะให้ยาเรมเดซิเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ หรือแพกซ์โลวิด

– ถ้าได้รับวัคซีน 2 เข็มหรือมากกว่านั้น จะได้ยาฟาวิพิราเวียร์ 5-10 วัน

ยาที่จะได้รับ: ให้ยาเรมเดซิเวียร์ 5-10 วัน และหากมีอาการมากขึ้นอาจพิจารณาให้ยาสเตียรอยด์[/vc_column_text][vc_column_text]4. ข้อกำหนดการใช้ “ยาโมลนูพิราเวียร์” และ “แพกซ์โลวิด”

การใช้ยาโมลนูพิราเวียร์

การใช้ยาแพกซ์โลวิด

[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row css=”.vc_custom_1646315213457{margin-top: 5px !important;margin-right: 20px !important;margin-left: 20px !important;}”][vc_column][vc_column_text]

ที่มา : www.bangkokbiznews.com

[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row css=”.vc_custom_1646315221410{margin-right: 20px !important;margin-left: 20px !important;}”][vc_column][vc_column_text]เกาะติดข่าวที่นี่
Website : www.healthycenter.co.th
Facebook : HealthyCenterThailandenrichfogger
Line : @Healthy Center
Youtube official : Healthy Center Thailand
Tiktok : @enrichfog[/vc_column_text][vc_wp_tagcloud taxonomy=”post_tag”][/vc_column][/vc_row]